ข่าวประชาสัมพันธ์ ระหว่างวันที่ 15 - 31 กรกฎาคม 2569
ข่าวประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี
วันที่ 15 - 31 กรกฎาคม 2569
******************************************************
ขอเชิญเที่ยวงานสับปะรดหวานฉ่ำ ศรีราชา" 3 – 14 ส.ค. นี้
นางภัทรชนันท์ ผ่องผาด นายอำเภอศรีราชา เปิดเผยว่า ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกท่านร่วมสัมผัสความอร่อยของ "สับปะรดศรีราชา" ในงาน “สับปะรดหวานฉ่ำ ศรีราชา” ประจำปี 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 3 - 14 สิงหาคม 2569 ณ ลานสนามบินเครือสหพัฒน์ ตำบลบึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
การจัดงานครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อส่งเสริมสินค้าโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ เพื่อจัดให้มีการออกร้านแสดงสินค้าต่างๆ มากมาย เพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี และความปรองดองในชุมชน เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมไทยที่ดีให้คงอยู่สืบทอดต่อไป
โดยภายในงานยังมีกิจกรรมมากมายให้ทุกท่านได้เพลิดเพลิน อาทิ:การประกวดสับปะรดและพืชผลทางการเกษตร การประกวดธิดาและหนูน้อยสับปะรด การแข่งขันร้องเพลงลูกทุ่ง การออกร้านจำหน่ายผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง และสินค้า OTOP จากชุมชนในอำเภอศรีราชา
สำหรับ “สับปะรดศรีราชา” ( Sriracha Pineapple ) หมายถึง สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย ซึ่งปลูกใน 8 อำเภอของจังหวัดชลบุรี คือ อำเภอศรีราชา อำเภอบางละมุง อำเภอบ่อทอง อำเภอหนองใหญ่ อำเภอบ้านบึง อำเภอสัตหีบ อำเภอพนัสนิคม และอำเภอเกาะจันทร์ ซึ่งมีสภาพ อากาศไม่แล้งมาก ฤดูร้อนไม่ร้อนจัด จากสภาพดังกล่าว มีความเหมาะสมในการปลูกสับปะรด และทำให้สับปะรดที่ได้มีรสชาติหวาน มีน้ำมาก กลิ่นหอม เป็นสับปะรดฉ่ำหรือสับปะรดแปะ โดยฟังเสียงจาการใช้นิ้วดีดหรือใช้ไม่ได้เดาะ จึงเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคในนาม“สับปะรดศรีราชา”
นอกจากนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ประกาศให้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) “สับปะรดศรีราชา” เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2548
ปริญญา/ข่าว
********************************
ตลาดชิลชีจรรย์คึกคัก นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวชม-ชิม-ช้อป สัมผัสบรรยากาศชุมชนสุดชิลใกล้เขาชีจรรย์
ขอเชิญนักท่องเที่ยว เที่ยวชมบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ “ตลาดชิลชีจรรย์” ตลาดชุมชนแนวศิลปะและงานคราฟต์ ริมถนนบานเย็น จังหวัดชลบุรี โดยเปิดให้บริการทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 14.00 – 20.00 น.
สำหรับตลาดชิลชีจรรย์ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่เกิดจากความร่วมมือของประชาชนและชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบลนาจอมเทียน ที่ร่วมกันจัดพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงวันหยุด โดยรวบรวมความโดดเด่นทั้งด้านวิถีชีวิต ความเรียบง่าย และของอร่อยไว้ในที่เดียว ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่ร่มรื่น เหมาะสำหรับการพักผ่อนของครอบครัวและนักท่องเที่ยวทุกวัย
ภายในตลาดมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าอย่างหลากหลาย อาทิ อาหารพื้นบ้าน ของคาว ของหวาน เครื่องดื่ม สินค้าชุมชน งานแฮนด์เมด และงานคราฟต์ท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีองค์พระพิฆเนศองค์ใหญ่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สักการะ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวอีกด้วย
ทั้งนี้ พ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการภายในตลาด ต่างได้รับคำชื่นชมจากนักท่องเที่ยวในด้านความเป็นกันเอง การให้บริการอย่างอบอุ่น ส่งผลให้ตลาดชิลชีจรรย์กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยวเชิงชุมชนในพื้นที่จังหวัดชลบุรีอย่างต่อเนื่อง
ปริญญา/ข่าว
********************************
ธนารักษ์ เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อสอบคัดเลือกเป็นลูกจ้างชั่วคราว 1 อัตรา
นายปัณณธร ขุนสอดศรี ธนารักษ์พื้นที่ชลบุรี เปิดเผยว่า สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ชลบุรี มีความประสงค์รับสมัครบุคคลเพื่อสอบคัดเลือกเป็นลูกจ้างชั่วคราว จำนวน 1 อัตรา ตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชี วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบเท่าในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาการบัญชี หรือสาขาวิชาบริหารธุรกิจ (การบัญชี) หรือสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ จากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรอง โดยมีระยะเวลาการจ้างตั้งแต่วันที่ทำสัญญาจ้าง ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
ผู้สนใจสามารถสมัครสอบ ขอและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ส่วนบริหารทั่วไป สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ชลบุรี เลขที่ 31/67 ถนนโรงพยาบาลเก่า ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่วันที่ 3 – 7 สิงหาคม 2569 และจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ พร้อมกำหนดวัน เวลา และสถานที่สอบ ในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ณ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ชลบุรี
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ชลบุรี โทรศัพท์หมายเลข 038 – 283752
ปริญญา/ข่าว
**************************************
กรมการจัดหางาน เดินหน้ายกระดับ แรงงานนอกระบบ เพิ่มโอกาสมีงาน-สร้างรายได้ ผ่านแพลตฟอร์ม คนทำงานอิสระ
นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการมีงานทำแก่ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบ อาทิ ผู้ประกอบอาชีพอิสระผู้ค้ารายย่อย ผู้รับงานไปทำที่บ้าน แรงงานอิสระบนแพลตฟอร์มดิจิทัล เกษตรกร ผู้สูงอายุ และคนพิการเพื่อให้สามารถเข้าถึงโอกาสในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้อย่างมั่นคง ผ่านบริการแนะแนวอาชีพให้คำปรึกษาด้านอาชีพ และข้อมูลตลาดแรงงานที่ทันสมัย ช่วยให้ประชาชนวางแผนการประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน พร้อมส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระ การรับงานไป ทำที่บ้าน และพัฒนามาตรฐานอาชีพของประเทศให้ทันสมัย รองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาด แรงงาน
นายสมชาย ฯ กล่าวว่า กรมฯ ได้ขับเคลื่อน โครงการเตรียมความพร้อมแก่กลุ่มเป้าหมายก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน กิจกรรมเพิ่มอาชีพ เพิ่มรายได้ เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพและเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้แก่ผู้ว่างงาน ผู้ถูกเลิกจ้าง ผู้รอฤดูกาล ผู้ประสบภัยธรรมชาติ คนพิการ ผู้ดูแลคนพิการ และแรงงานนอกระบบ ผ่านการอบรมความรู้ด้านอาชีพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ท้องถิ่นเพื่อขับเคลื่อน Soft Power ตลอดจนสนับสนุนมอบวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการฟรี โดยผลการดำเนินงาน ระหว่างเดือนตุลาคม 2568 – มิถุนายน 2569 มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 1,165 คน สามารถประกอบอาชีพและมีรายได้แล้ว1,064 คน สร้างรายได้รวมกว่า 3.71 ล้านบาท สะท้อนถึงความสำเร็จของการพัฒนาทักษะอาชีพที่สามารถต่อยอดเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
"นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงงานให้กับแรงงานนอกระบบผ่านแพลตฟอร์ม “คนทำงานอิสระ” ซึ่งเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงผู้รับงานและผู้ว่าจ้าง รองรับทั้งการทำงานประจำ งานเสริม งานผลิตชิ้นงาน งานสอน และงานให้คำปรึกษา ช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระสามารถนำทักษะ และประสบการณ์มาต่อยอดสร้างรายได้ ขณะที่ผู้ว่าจ้างสามารถค้นหาผู้รับงานที่มีความรู้ ความ สามารถตรงกับความต้องการได้อย่างสะดวก ไม่มีค่าบริการ โดยในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา มีผู้ลงทะเบียนใช้งานแพลตฟอร์ม แล้วกว่า 5,000 คน สะท้อนถึงบทบาทของแพลตฟอร์มในการเพิ่มโอกาสการมีงานทำและขยายช่องทางการสร้างรายได้ให้แก่แรงงานนอกระบบอย่างต่อเนื่อง" อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าว
ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและรับบริการได้ที่เว็บไซต์กองส่งเสริมการมีงานทำ www. doe.go.th/vgnew หรือแพลตฟอร์ม “คนทำงานอิสระ” ที่เว็บไซต์ คนทำงานอิสระ.doe.go.th รวมทั้งสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหา นครพื้นที่ 1–10 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1506 กด 2
ปริญญา/ข่าว
****************************
รัฐบาลย้ำ กยศ. ดูแลผู้กู้ยืมใกล้ชิด แนะปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ ลดเสี่ยงถูกดำเนินคดี พร้อมเตือนตรวจสอบก่อนชำระหนี้ ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างทวงเงิน
ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. เดินหน้าดูแลผู้กู้ยืมเงินอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติการเปิดโอกาสให้เข้าถึงการศึกษา และการช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาการชำระหนี้ โดยมุ่งหวังให้ผู้กู้ยืมได้เรียนจนสำเร็จตามหลักสูตร พร้อมมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการชำระหนี้คืน เพื่อให้เงินกองทุนหมุนเวียนไปช่วยนักเรียนและนักศึกษารุ่นต่อไป
ทั้งนี้ กยศ. ได้เปิดโอกาสให้ผู้กู้ยืมที่ยังมีภาระหนี้ค้างชำระ สามารถเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ได้ด้วยตนเอง ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อช่วยลดภาระการผ่อนชำระหนี้ และวางแผนการชำระหนี้ได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งลดความเสี่ยงในการถูกดำเนินคดี โดยสามารถยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaID หรือแอปเป๋าตัง จากนั้นอัปเดตข้อมูลส่วนตัวให้เป็นปัจจุบัน ตรวจสอบยอดหนี้และยอดผ่อนชำระในแต่ละงวด ซึ่งเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้น สามารถตรวจสอบสถานะได้ที่หน้าเว็บไซต์ “ระบบการทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ แบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Contract)”
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำเตือนผู้กู้ยืมว่า หากมีบุคคลใดติดต่อให้ชำระหนี้ที่ค้างชำระ ต้องตรวจสอบให้รอบคอบว่า ผู้ติดต่อนั้นเป็นผู้รับมอบอำนาจจาก กยศ. หรือไม่ เพื่อป้องกันการแอบอ้างจากมิจฉาชีพ และต้องไม่โอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคลโดยเด็ดขาด รวมถึงต้องไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน หรือรหัส OTP ให้บุคคลอื่น เนื่องจาก กยศ. และผู้ที่ได้รับการมอบอำนาจจาก กยศ. จะไม่มีนโยบายขอข้อมูลดังกล่าวผ่านทางโทรศัพท์หรือสื่อสังคมออนไลน์
สำหรับช่องทางการชำระหนี้ที่ถูกต้องและปลอดภัย คือ Mobile Banking ผ่านแอปพลิเคชันได้ทุกธนาคาร หรือ ชำระหนี้ได้ที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือ เคาน์เตอร์เซอร์วิส โดยแจ้งเลขบัตรประจำตัวประชาชนและจำนวนเงินที่ต้องการชำระ แต่หากไม่มั่นใจ สามารถสอบถามข้อมูลผ่านไลน์บัญชีทางการของ กยศ. ได้
ปริญญา/ข่าว
***************************************
รัฐบาลเผย สธ.เร่งประสานโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบสาเหตุและแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง กรณีข้อมูลในแอปฯ “หมอพร้อม” ไม่ตรงกับการรับบริการจริง
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีประชาชนมีการตั้งข้อสังเกตข้อมูลประวัติการรักษาในแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ไม่ตรงกับที่เคยไปรับบริการจริง และกังวลถึงการสวมสิทธิการรักษาพยาบาล รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยบริการพร้อมตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าข้อมูลสุขภาพของตนเองถูกต้องและปลอดภัย
นางสาวพลอยทะเล กล่าวย้ำว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้นิ่งนอนใจ และมีการดำเนินการตรวจสอบทันที หลังได้รับแจ้ง โดยได้ตรวจสอบแอปพลิเคชันหมอพร้อมและขั้นตอนการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมด พบว่า ระบบแอปพลิเคชันหมอพร้อมและการส่งต่อข้อมูลทำงานเป็นปกติ ไม่พบความผิดพลาดของระบบ การแสดงข้อมูลตรงตามที่ได้รับจากหน่วยบริการ ส่วนข้อมูลที่ประชาชนพบว่าไม่ตรงกับการรับบริการจริง ขณะนี้กำลังตรวจสอบร่วมกับหน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุและแก้ไขข้อมูล รวมทั้งปรับปรุงขั้นตอนการทำงานให้ถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น
ทั้งนี้ หากประชาชนตรวจพบประวัติการรักษาหรือรายการรับบริการที่ไม่ตรงกับความจริง สามารถแจ้งตรวจสอบและขอแก้ไขข้อมูลได้ที่ 1.โรงพยาบาลหรือหน่วยบริการที่มีชื่ออยู่ในรายการ หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และ2.ระบบหมอพร้อม
“รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายรวมบริการสุขภาพดิจิทัล (Super App) ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ ตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาล และติดต่อหน่วยบริการได้สะดวกรวดเร็วในแอปเดียว ผ่านระบบ MOPH PHR หรือประวัติสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ในแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้รับ บันทึก และแสดงประวัติการเข้ารับบริการสุขภาพของประชาชนในหน่วยบริการต่างๆ โดยสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่า ข้อมูลถูกบันทึกหรือนำเข้าจากหน่วยงานใด ผู้บันทึกข้อมูลเป็นใคร ด้วยระบบ MOPH PHR นี้ ประชาชนสามารถเปิดดูประวัติการรักษาของตนเอง เพื่อใช้ได้ทั้งการติดตามดูแลสุขภาพตนเอง และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลการรับบริการ” นางสาวพลอยทะเล กล่าว
ปริญญา/ข่าว
****************************************
สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รับสมัครบุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2569
นางสาวหรรษา หอมหวน เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า ด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เห็นสมควรมอบรางวัลบุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2569 เพื่อยกย่อง เชิดชู และประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่อุทิศตนปฏิบัติงานด้านสิทธิมนุษยชนให้สังคมได้รับรู้ ตลอดจนเพื่อเผยแพร่ประวัติผลงานให้เป็นแบบอย่างและเป็นแรงบันดาลใจแก่บุคคลหรือองค์กรอื่นในสังคม รวมทั้งเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชนเพิ่มขึ้น จึงขอประกาศหลักเกณฑ์การรับสมัครตามรายละเอียด ดังต่อไปนี้
คุณสมบัติของผู้สมัครหรือผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการคัดเลือก ดังต่อไปนี้
1.1 มีผลงานด้านสิทธิมนุษยชน
ผลงานเป็นที่ประจักษ์ในการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน มีความมุ่งมั่นในการทำงาน แม้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงและความยากลำบาก ทั้งนี้ การดำเนินการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนดังกล่าว ต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนโดดเด่นเป็นรูปธรรม อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อประชาชน ชุมชน และสังคม จนสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคมได้
การดำเนินงานสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อภาพรวมของสังคม และสร้างองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินงานด้านการเคารพสิทธิมนุษยชนที่สอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน
1.2 ไม่เคยมีประวัติการละเมิดสิทธิมนุษยชน เว้นแต่ได้แสดงหลักฐานหรือข้อเท็จจริงว่าได้มีการดำเนินการแก้ไขเยียวยาต่อกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนดังกล่าว
1.3 ไม่เคยได้รับรางวัลนี้ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมาก่อน โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกบุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2569 ไม่สามารถสมัครหรือได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการคัดเลือกได้
ประเภทรางวัล แบ่งเป็น 4 ประเภท 8 รางวัล ดังนี้ ประเภทบุคคล กลุ่มบุคคล เครือข่าย จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง จำนวน 1 รางวัล ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม จำนวน 1 รางวัล ด้านสิทธิของกลุ่มคนเปราะบาง จำนวน 1 รางวัล ประเภทองค์กร จำนวน 3 รางวัล และประเภทสื่อมวลชน จำนวน 1 รางวัล
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถยื่นใบสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2569 โดยดาวน์โหลดใบสมัครจากเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ www.nhrc.or.th หัวข้อ “ข่าวประชา สัมพันธ์” หรือสมัครด้วยตนเองได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชั้น 6 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพ มหานคร ในวันและเวลาราชการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทางโทรศัพท์หมายเลข 0 2147 3930
ปริญญา/ข่าว
*******************************







