บิ๊กแป๊ะเยี่ยมศูนย์เฝ้าระวังคนไทยพื้นที่สัตหีบ เตรียมนำโครงสร้างไปใช้ที่ รพ ตำรวจ

บิ๊กแป๊ะเยี่ยมศูนย์เฝ้าระวังคนไทยพื้นที่สัตหีบ เตรียมนำโครงสร้างไปใช้ที่ รพ ตำรวจ

        ผบ.ตร.ตรวจเยี่ยมศูนย์พักรับรองเฝ้าระวังอาคารฐานทัพเรือสัตหีบ เผยแผนโครงสร้างการรองรับสมบูรณ์แบหวังใช้เป็นต้นแบบรองรับปัญหาโควิด-19 ที่ รพ.ตำรวจ พร้อมเตรียมชุดแพทย์และพื้นที่เฝ้าระวังสำรอง

        เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ การเฝ้าระวังคนไทยกรณี COVID-19 พื้นที่สัตหีบ กองทัพเรือ กิจการอาคารรับรองสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พล.ต.อ.จักร์ทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และคณะแพทย์จาก รพ.ตำรวจ เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อมาตรวจเยี่ยมและประชุมร่วมในการดูศักยภาพและแนวทางการเฝ้าระวังคนไทยที่เดิน ทางกลับมาจากต่างประเทศก่อนถูกนำตัวมากักกันเพื่อเฝ้าระวังเป็นเวลา 14 วัน จำนวน 264 คน ทั้งนี้เพื่อดูโครงสร้างและวิธีการเฝ้าระวัง การควบคุม เพื่อนำไป ใช้เป็นต้นแบบในการปรับใช้ในการรองรับผู้ป่วยและผู้เฝ้าระวังในส่วนรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่ง ชาติ โดยมี พลเรือโท วราห์ แทนขำ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมคณะร่วมให้การต้อนรับและบรรยายสรุป

        ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักร์ทิพย์ ผบ.ตร. ได้ส่งมอบอุปกรณ์น้ำยาฆ่าเชื้อ เจลล้างมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และชุด PDE ให้กับเจ้าหน้าที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ การเฝ้าระวังคนไทยกรณี COVID-19 พื้นที่สัตหีบ กองทัพเรือเพื่อใช้ในการปฏิบัติการดูแลในการเฝ้าระวัง ก่อนจะเดินทางต่อเพื่อไปดูจุดตรวจสาธารณสุข สาย 3 อ.บ้านฉาง จ.ระยอง และเดินทางต่อไปยังพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ต่อไป

       พล.ต.อ.จักร์ทิพย์ กล่าวว่า ได้รับคำสั่งการจาก พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อเดินทางมาให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ การเฝ้าระวังคนไทยกรณี COVID-19 พื้นที่สัตหีบ เนื่องจากมีภารกิจการในนำตัวคนไทยมาเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งส่งมอบสิ่งของที่จำเป็นเพื่อให้ทางศูนย์ไว้นำไปใช้ประโยชน์ด้วย นอกจากนี้ยังจะเป็นการมาดูข้อมูลโครงสร้างของศูนย์ฯ ทั้งวิธีการปฏิบัติ การเฝ้าระวัง และการตรวจอาการของแพทย์ โดยได้นำคณะแพทย์จาก รพ.ตำรวจ มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อนำไปเป็นต้นแบบในการปรับใช้ในการรองรับผู้ป่วย และผู้ถูกเฝ้าระวังในส่วนรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันจะมีการจัดเตรียมความพร้อมไว้ที่ รพ.ตำรวจ เป็นหลัก และอาจมีการเปิดพื้นที่สำรอง ณ ศูนย์พักฟื้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในพื้นที่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ขณะที่พื้นที่บริเวณตะเข็บชายแดนก็ได้มีการสรรหาพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อใช้ในการรองรับผู้ป่วย ผู้ถูกเฝ้าระวัง และคณะแพทย์ ซึ่งจะต้องทำการแยกพักเพื่อความปลอดภัยในการติดเชื้อด้วย

          ส่วนกรณีเรื่องของการประกาศเคอร์ฟิวส์ของรัฐบาลในช่วงเวลา 22.00-04.00 น.ของทุกวันนั้น ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่มีความเข้มงวดในการตรวจสอบตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมีการจัดตั้งด่านตรวจมากกว่า 1,000 จุด แต่การเดินทางในเรื่องของการส่งอาหาร หรือตลาดสดขนาดใหญ่ก็สามารถดำ เนินการได้ หากดำเนินการจริงและเป็นความจำเป็น สิ่งสำคัญคือขออย่าให้มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทางราชการให้เกิดความเสียหาย อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายลง ขณะที่ภาครัฐเองก็มีมาตรการที่เข้มข้นอยู่แล้ว

       ทางด้าน พล.ต.ท.นพ.โสภณรัตน์ สิงหจารุ นายแพทย์ (สบ.8) รพ.ตร. เปิดเผยว่าขณะที่ได้รับคำสั่งจาก ผบ.ตร.ให้เตรียมความพร้อมไว้อย่างเต็มรูปแบบแล้ว ทั้งเรื่องของอาคารสถานที่ทั้ง รพ.ตร. พื้นที่ของ สนง.ตร.แห่งชาติ ที่มีนบุรีกว่า 140 ห้อง และที่ อำเภอบางละมุงอีกกว่า 150 ห้อง รวมถึงคณะแพทย์และพยาบาลที่อยู่ในสังกัดอีกกว่า 800 อัตรา ซึ่งแม้จะไม่เพียงพอ แต่ก็จะมีการเฉลี่ยกำลังเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยเฉลี่ยจะให้เข้าเวรสถานที่ละ 10 นายต่อ 1 ผลัด ขณะที่อุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการปฏิบัติงานทั้งน้ำยาฆ่าเชื้อ หน้าหากอนามัย เจลล้างมือ และชุด PDE นั้น ยังถือว่าขาดแคลนและจะมีการนำเสนอเพื่อขอสนับสนุนต่อไป

ปริญญา/ข่าว/ภาพ

Visitors: 7,644