ข่าวแจก 1 -15 มิถุนายน 2563

ประชาสัมพันธ์ สำนักงานประสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี

โทรศัพท์/โทรสาร 038 - 279448  www.chonburipr.net

ระหว่างวันที่ 1 15 มิถุนายน 2563

*******************************************

กรมปศุสัตว์เตือนเกษตรกรระวังโรคระบาดสัตว์ช่วงฤดูฝน

     นายพจน์ สิชฌนกุฤษฎ์ ปศุสัตว์จังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูฝนนี้ กรมปศุสัตว์ โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชลบุรี มีความห่วงใยสุขภาพสัตว์เลี้ยงของเกษตรกร เนื่องจากสภาพอากาศที่บางวันมีแดด และฝนตกหนัก สัตว์ที่เลี้ยงไว้อาจเกิดความเครียดและอ่อนแอ ทำให้ภูมิคุ้มกันโรคต่ำลง ส่งผลให้มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย โดยโรคสัตว์ที่อาจจะพบได้ในช่วงหน้าฝน ได้แก่ โค กระบือ แพะ แกะ มักมีปัญหาเรื่องท้องอืด ท้องเสียจากการกินหญ้าอ่อนที่เพิ่งแตกยอดเมื่อได้รับน้ำฝนเข้าไปเป็นจำนวนมาก เพราะที่ผ่านมาสัตว์จะกินแต่ฟาง หรือหญ้าแห้งตลอดในช่วงฤดูแล้ง สำหรับโรคระบาดสัตว์ที่ควรเฝ้าระวัง เช่น โรคปากและเท้าเปื่อยซึ่งสามารถพบได้ในสัตว์เคี้ยวเอื้องทุกชนิดโดยสัตว์ป่วยจะแสดงอาการซึม เบื่ออาหาร น้ำลายยืด เป็นแผลที่ปากและกีบ นอกจากนี้ยังมีโรคคอบวมที่ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงในกระบือและโค สัตว์ที่ป่วยจะตายเฉียบพลันซึ่งทั้งสองโรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรค นอกจากนี้ยังมีโรคเลปโตสไปโรสิสหรือโรคฉี่หนู สัตว์ติดเชื้อได้จากการสัมผัสเชื้อที่ปนเปื้อนในดินหรือน้ำและเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลที่ผิวหนังหรือเยื่อเมือกตา จมูกและปาก โดยสัตว์ที่ป่วยจะมีไข้ สัตว์ตั้งท้องอาจแท้งได้ มีอาการดีซ่านรวมทั้งปัสสาวะมีสีแดง ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่ติดต่อระหว่างสัตว์และคน

        ส่วนรสุกร ต้องระวังโรคปากและเท้าเปื่อย ซึ่งสุกรที่ป่วยจะแสดงอาการเป็นไข้ มีแผลที่จมูกและกีบ เจ็บขา ส่วนโรคพีอาร์อาร์เอส จะพบสุกรแสดงอาการ ซึม เบื่ออาหาร รวมทั้งแสดงอาการแท้งได้ด้วย และสัตว์ปีก เช่น เป็ด ไก่ โรคที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ โรคไข้หวัดนก และโรคหลอดลมอักเสบติดต่อ ที่อาจสร้างความสูญเสียให้กับสัตว์ปีกเป็นจำนวนมาก อาการที่พบได้ คือ คอตก คอบิด หายใจเสียงดัง หรืออาจมีน้ำมูกไหล

         ดังนั้นเกษตรกรจึงต้องดูแล ให้ความสำคัญกับการจัดการโรงเรือนหรือคอกสัตว์ที่ดี มีหลังคา ป้องกันฝน ลม และละอองฝนได้เป็นอย่างดี หรือจัดเตรียมสถานที่ที่ให้สัตว์สามารถหลบฝนได้ มีการจัดเตรียมน้ำ อาหาร ยา และเวชภัณฑ์ให้พร้อม ทำวัคซีนตามโปรแกรมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างให้สุขภาพสัตว์แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยได้ง่าย

         กรมปศุสัตว์ขอความร่วมมือเกษตรกรสังเกตอาการสัตว์เลี้ยงของท่าน หากพบสัตว์แสดงอาการป่วยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที เพื่อจะได้เร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และหากเกษตรกรต้องการขอรับการสนับสนุนพืชอาหารสัตว์จากกรมปศุสัตว์ สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชลบุรี โทรศัพท์หมายเลข 038 - 285256

ปริญญา/ข่าว

*****************************

สคร.6 ชลบุรี เตือนประชาชน “ฝนตก น้ำขัง ระวังไข้เลือดออก”

          แพทย์หญิงหรรษา รักษาคม ผู้อำนวยการ สคร.6 ชลบุรี เปิดเผยว่า ประเทศไทย เริ่มเข้าสู่ ฤดูฝนแล้ว และโรคที่จะมากับฝนที่มีความสำคัญและยังมีปัญหา คือ โรคไข้เลือดออก และพฤติกรรมในการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกที่ยังต้องทำอย่างต่อเนื่อง คือ การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย การใส่ทรายกำจัดลูกน้ำ การคว่ำภาชนะที่มีน้ำขัง การทายากันยุง การนอนกางมุ้ง ฯลฯ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของพวกเราทุกคน เหมือนการดำเนินชีวิตในช่วงการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ที่ต้องร่วมกันปฏิบัติจนเป็นนิสัย ...ร่วมรวมพลังป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก...

           อาการสำคัญของไข้เลือดออก ได้แก่ ไข้สูงลอยประมาณ 2-7 วัน ไข้จะสูงเกิน 38.5 องศา-เซลเซียส หรืออาจสูงถึง 40-41 องศาเซลเซียส บางรายอาจมีอาการชักได้โดยเฉพาะในเด็ก อาจมีอาการเลือดออกซึ่งพบบ่อยที่สุดบริเวณผิวหนัง อาจตรวจพบว่า มีเส้นเลือดเปราะบางและแตกง่ายร่วมกับมีจุดเลือดออกเป็นจุดเล็กๆ กระจายอยู่เต็มตามแขน ขา ลำตัว และรักแร้ มีเลือดออกตามไรฟัน ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจอาเจียนและถ่ายอุจจาระเป็นเลือด และเข้าสู่ภาวะช็อกได้

            การป้องกันควบคุมการเกิดโรคที่สำคัญ เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย โดยเฉพาะพื้นที่เป้าหมาย 6 ร. ได้แก่ 1.โรงเรือน (บ้านและชุมชน) 2.โรงเรียน (สถานศึกษาและสถานเลี้ยงเด็กเล็ก) 3.โรงพยาบาล 4.โรงแรมและรีสอร์ท 5.โรงงานและกลุ่มอุตสาหกรรม และ 6.โรงธรรม (วัด มัสยิด และโบสถ์)

           ข้อพึงระวัง หากมีไข้สูงให้เช็ดตัวด้วยน้ำธรรมดา ไม่ควรซื้อยาลดไข้ตามร้านขายยา ห้ามใช้ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เช่น แอสไพริน ไอบูโปรเฟน เป็นต้น เพราะจะทำให้เลือดออกง่ายและทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น ที่ดีที่สุดคือหากมีอาการป่วยเข้าเกณฑ์ควรรีบพบแพทย์ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องทันท่วงทีอาจเสียชีวิตได้ ควรป้องกันไม่ให้ยุงกัด โดยใช้มาตรการ 3 เก็บ 3 โรค

(เก็บบ้าน เก็บน้ำ เก็บขยะ ป้องกันโรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา โรคไข้ปวดข้อยุงลาย(ชิคุนกุนยา)) ให้เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ปริญญา/ข่าว

*******************************

ธนารักษ์ชลบุรี จัดโครงการ เปลี่ยนชุมชนเป็นห้องประชุมในที่ราชพัสดุ

       นายภานุมาส ปัญญามงคล ประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งจากสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ชลบุรี ว่า สำนักงานธนารักษ์พื้นที่จังหวัดชลบุรี ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองขามได้กำหนดโครงการเปลี่ยนชุมชนเป็นห้องประชุมในที่ราชพัสดุ ตามแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยนำที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชบ.203 ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี บริเวณสนามกีฬาและสวนสาธารณะ อ่างเก็บน้ำหนองค้อ มาดำเนินการโครงการเปลี่ยนชุมชนเป็นห้องประชุมในที่ราชพัสดุ โดยจัดเป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้าให้ผู้ประกอบการที่เป็นผู้มีรายได้น้อย หรือเกษตรกรชุมชน หรือวิสาหกิจชุมชน นำสินค้ามาจำหน่าย ในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2563 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป โดยภายในงานมีสินค้า OTOP สินค้าอาหารปลอดภัยอาหารท้องถิ่น และสินค้าทั่วไปราคาถูกมาจำหน่ายอีกด้วย

     ขอเชิญประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าว หรือบริเวณใกล้เคียง ช่วยสนับสนุนสินค้าในวัน และ เวลา ดังกล่าว

ปริญญา/ข่าว

************************************

คนงานไทยไปทำงานเกาหลี ต้องยื่นใบรับรองแพทย์

        นายภานุมาส ปัญญามงคล ประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งจากสำนักงานแรงงานจังหวัดชลบุรี ว่า กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยว่า ได้เพิ่มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) แก่แรงานต่างชาติที่จะเข้าไปทำงานในสาธารณรัฐเกาหลี โดยการเพิ่มเติมเอกสารเพื่อประกอบการยั่นของตรวจลงตรา (วีซ่า) ดังนี้

       1. ใบรับรองแพทย์ (Medical Certificate) ที่มีระยะเวลาไม่เกิน 48 ชั่วโมง ในวันที่ยื่นคำร้องขอวีซ่า นอกเหนือจากหนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ แบบ ค ตามประกาศกรมการจัดหางาน เรื่อง การตรวจสุขภาพคนหางานที่จะไปทำงานต่างประเทศ ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2560

      2. แบบรายงานสุขภาพ (Health Condition Report Form) และหนังสือแสดงความยินยอมการกักตนเอง โดยคนหางานต้องรับการสัมภาษณ์เกี่ยวกับสุขภาพ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองตนเองในวันรับวีซ่า ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย จะใช้ระยะเวลาพิจารณาออกวีซ่าไม่น้อยกว่า 14 วัน ตามมาตรการเฝ้าระวังของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)

       สำนักงานจัดหางานจังหวัดชลบุรี ขอประชาสัมพันธ์การตรวจสุภาพคนหางานที่จะไปทำงานในสาธารณรัฐเกาหลี ตามรายการที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ได้ระบุไว้ให้คนงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานเกาหลีรับทราบ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและหากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) คลี่คลายลงหรือเข้าสู่สภาวะปกติ กรมการจัดหารงานจะแจ้งยกเลิกการตรวจสุภาพแรงงานไทยตามรายการดังกล่าวให้ทราบต่อไป

      แรงงานไทยท่านใด มีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ โทรศัพท์หมายเลข 02 – 2459429 หรือ 02 – 2456716 หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดชลบุรี โทรศัพท์หมายเลข 086 – 3398620 ในวันและเวลาราชการ

ปริญญา/ข่าว

******************************************

เกาหลี ขยายระยะเวลาการจ้งแรงงานต่างชาติตามระบบ EPS

        นายภานุมาส ปัญญามงคล ประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้รับการประสานจากสำนักงานบริหารพัฒนาบุคลากรแห่งเกาหลี ศูนย์อีพีเอสประจำประเทศไทย (Human Resources Development Service of Korea in Thailand) ขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์การขยายระยะเวลาจ้างงานแก่แรงงานต่างชาติทำงานสาธารณรัฐเกาหลีตามระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ (EPS)

       สำกนังานจัดหางานจังหวัดชลบุรี ขอประชาสัมพันธ์การขยายระยะเวลาจ้างงานแก่แรงงาต่างชาติ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) สาธารณรัฐเกาหลี ได้ขยายระยะเวลาการจ้างงานแก่แรงงานต่างชาติตามระบบการจ้างแรงานต่างชาติ (EPS) วีซ่าประเภท E-9 เพื่อสนับสนุนให้บุคลากรทำงานกับสถานประกอบการ สำหรับแรงงานที่จะสิ้นสุดระยะเวลาการจ้างตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 โดยได้รับการขยายระยะเวลาการพำนักอาศัยและทำงานในสาธารณรัฐเกาหลีอีก จำนวน 50 วัน ยกเว้นแรงงาที่ได้รับการจ้างงานซ้ำ (Re - Entry) จะไม่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าว

      สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ โทรศัพท์หมายเลข 02 – 2459429 หรือ 02 – 2456716 หรือ สำนักงานจัดหางานจังหวัดชลบุรี โทรศัพท์หมายเลข 086 – 3398620 ในวันและเวลาราชการ

ปริญญา/ข่าว

*******************************

เกษตรกรเลี้ยงหมู ชี้ร้อนแล้ง-อากาศแปรปรวนกระทบหมูเสียหาย 10% ต้นทุนเพิ่มตัวละ 100 บาท

      เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออก เผยสภาวะอากาศร้อน-ภัยแล้ง-อากาศแปรปรวณ ส่งผลหมูอ่อนแอเจ็บป่วยง่าย ทำให้อัตราเสียหายเพิ่มมากกว่า 10% ต้นทุนซื้อน้ำ-ค่าไฟ-ค่าเวชภัณฑ์เพื่อการป้องกันโรคเพิ่มกว่า 100 บาทต่อตัว ซ้ำต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์เพิ่ม

       นายเสน่ห์ นัยเนตร ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์การปศุสัตว์ภาคตะวันออก จำกัด เปิดเผยถึงสถานการณ์การเลี้ยงสุกรว่า จากปัญหาอากาศร้อนและภัยแล้งจนถึงอากาศแปรปรวนตลอดทั้งวันในปัจจุบัน บางพื้นที่ร้อนอบอ้าวจนถึงมีฝนตกจากพายุฤดูร้อน ทำให้สัตว์ปรับสภาพร่างกายไม่ทัน เกิดความเครียด กินอาหารน้อยลง ร่างกายอ่อนแอและอาจเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น การเติบโตช้าลง พบว่าอัตราการสูญเสียในฟาร์มจากภาวะอากาศดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 10% ส่งผลให้เกษตรกรมีต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมาเกษตรกรต่างพยายามป้องกันโรคแอฟริกันสไวน์ฟีเวอร์ หรือ ASF ในสุกร เพื่อไม่ให้โรคนี้เข้ามาทำลายอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูของไทยได้ ความพยายามในการป้องกัน ASF ของเกษตรกรทุกคนทำให้ไทยเป็นประเทศเดียวที่ปลอดโรคนี้ แม้ว่าเกษตรกรต้องมีต้นทุนเพิ่มแต่ก็ยินดีปฏิบัติตามมาตรฐานการเลี้ยงและการป้องกันโรคที่ภาครัฐแนะนำ พบว่าภาระค่าใช้จ่ายด้านการป้องกันโรคเพิ่มขึ้นอีกกว่า 100 บาท ทั้งจากการใช้ยาฆ่าเชื้อพ่นป้องกันทุกวันๆละ 2 ครั้ง และค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแรงงาน

        “นอกจากต้นทุนที่เพิ่มจากการยกระดับการป้องกันโรคแล้ว ปัญหาภัยแล้งในช่วงที่ผ่านมายังกระทบกับเกษตรกร ที่ส่วนใหญ่มีน้ำไม่เพียงพอ จึงต้องซื้อน้ำจากภายนอกมาใช้ในฟาร์มทุกวัน ทำให้มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้นอีก 2-3% หากเดือนมิถุนายนนี้ ยังไม่มีฝนใหญ่เข้ามาเกษตรกรต้องทุกข์กันหมด เพราะรถขายน้ำไม่มีน้ำมาขาย และยังมีค่าไฟเพิ่มเพราะต้องเปิดพัดลมระบายอากาศและเดินระบบอีแวปตลอดเวลา ขณะที่สภาพอากาศแปรปรวนฉับพลันในปัจจุบันกำลังซ้ำเติมเกษตรกร ทำให้ลูกหมูอ่อนแอมาก มักเป็นไข้หวัด ป่วยง่าย จึงมีค่าเวชภัณฑ์ในการรักษาเพิ่ม และยังต้องแบกรับต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาแพงที่ถือว่าเป็นภาระหนักมากสำหรับคนเลี้ยง” นายเสน่ห์ กล่าวและว่า ปัจจุบันวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับราคาสูงขึ้นเป็นอย่างมาก อาทิ ปลายข้าวราคาสูงกว่า 12 บาทต่อกิโลกรัม และรำข้าวราคา 10-11 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนการผลิตปัจจุบัน 65-67 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนราคาขายหมูเป็นหน้าฟาร์มประมาณ 66-71 บาทต่อกิโลกรัม

        นายเสน่ห์ กล่าวอีกว่า จากปัญหาหมูล้นตลาด หรือ Over Supply ในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีเกษตรกรรายย่อยหายไปจากระบบมากกว่า 50% อย่างไรก็ตามเกษตรกรทั้งประเทศยังร่วมกันบริหารจัดการทั้งระบบ เพื่อให้ไทยยังคงมีประชากรหมูเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ ส่วนภาวะราคาที่ปรับขึ้นลงก็เป็นไปตามกลไกตลาดในแต่ละช่วงเวลา ขณะเดียวกันขอฝากภาครัฐ ช่วยผลักดันเรื่องการส่งออกหมูสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ที่ยังคงมีความต้องการนำเข้าจากประเทศไทยอยู่มาก จาก

      ความเชื่อมั่นในเรื่องคุณภาพมาตรฐานปลอดโรค ASF และมาตรฐานการผลิตของไทย ที่ปัจจุบันเกษตรกรรายย่อยได้หันมาปฏิบัตตามมาตรฐาน GAP ของกรมปศุสัตว์ ถือเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมหมูไทย

ปริญญา/ข่าว

Visitors: 41,153